Sorry, your browser does not support JavaScript!
-
A A A
+
  • youtube
  • facebook
  • English Thai
ข่าว กสม.
ข่าว View : 18
กสม. ร่วมประชุม 2018 United Nations Forum on Business and Human Rights นำเสนอประเด็นธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน – นักปกป้องสิทธิฯ ในประเทศไทย
          เมื่อวันที่ 26 – 28 พฤศจิกายน 2561 นางประกายรัตน์ ต้นธีรวงศ์ นางอังคณา นีละไพจิตร และนางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ร่วมการประชุม 2018 United Nations Forum on Business and Human Rights ซึ่งจัดขึ้น ณ สำนักงานใหญ่ สหประชาชาติ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส
          ในการนี้ นางประกายรัตน์ ได้นำเสนอประเด็นในการประชุมกลุ่มย่อยในหัวข้อ “บทบาทของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในการอำนวยความสะดวกเพื่อการเข้าถึงการเยียวยาอันเนื่องจากธุรกิจก่อผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชน” (Role of NHRIs in Facilitating Access to Remedy for Business – Related Human Rights Impacts) ขณะที่นางเตือนใจ นำเสนอประเด็นในการประชุมกลุ่มย่อยในหัวข้อ “การเสริมสร้างธุรกิจที่เคารพต่อสิทธิมนุษยชน” (Business Respect for Human Rights – Building on What Works) และนางอังคณา นีละไพจิตร ได้รับเชิญจากคณะทำงานด้านธุรกิจและสิทธิมนุษยชน สหประชาชาติให้ร่วมกล่าวเปิดและเป็นวิทยากรอภิปรายในหัวข้อ "นักปกป้องสิทธิมนุษยชนกับธุรกิจและสิทธิมนุษยชน" (Guiding Principles on Business and Human Rights : Human Rights Defenders and Society) ในฐานะผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน
          โดยนางอังคณา ได้นำเสนอประสบการณ์การปฏิบัติงาน การขับเคลื่อนประเด็นนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่ต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม ว่า นักปกป้องสิทธิมนุษยชนมักถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ต่อต้านการพัฒนาหรือโครงการขนาดใหญ่ จากประสบการณ์ที่มีโอกาสทำงานกับชุมชนพบว่า นักปกป้องสิทธิมนุษยชนส่วนมาก คือ ผู้ที่เคยเป็นผู้เสียหายที่ลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิชุมชน และสิทธิมนุษยชนโดยแบ่งปันประสบการณ์ของตน โดยสรุป คือ
          “การเป็นผู้หญิงและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนทำให้ต้องเรียนรู้การสื่อสาร และการสร้างสันติวิธีผ่านท่าทีต่าง ๆ ในส่วนตัวเห็นว่า แม้จะมีการพัฒนาและขยายผลการดำเนินการตามหลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (UNGPs) แล้ว แต่ก็ยังพบประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ความสูญเสีย และการเยียวยาต่าง ๆ ที่ยังเป็นปัญหาและข้อท้าทาย ทั้งนี้ การปฏิบัติงานในหน้าที่การประเมินและติดตามสถานการณ์ การตรวจสอบกรณีร้องเรียน และการประสานงานการเยียวยาชุมชนที่ได้รับผลกระทบ จะพบข้อมูลหรือการนำเสนอที่ยังแตกต่างกัน โดยเห็นว่า (1) ข้อมูลจากรัฐหรือภาคธุรกิจนำเสนอในหลายลักษณะเป็นไปด้วยคำเทคนิค ขาดการสื่อสาร และการสร้างเรียนรู้ให้กับชุมชนอย่างเหมาะสม ในขณะที่ปัญหาของชุมชน ทั้งเรื่องของมลพิษ การไม่สามารถใช้น้ำ หรือความปลอดภัยในการดำเนินชีวิตต่าง ๆ ยังคงมีอยู่ (2) รัฐโดยทั่วไปออกกฎหมาย หรือนโยบายในการดำเนินการทั้งเรื่องการควบคุม หรือจำกัดสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และการชุมนุมโดยสันติ ในขณะที่ธุรกิจหรือเอกชนยังใช้กฎหมายหรือการฟ้องร้องในลักษณะปิดปาก (Strategic Litigation Against Public Participation : SLAPP) ซึ่งเป็นการควบคุมและจำกัดสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกถึงความคิดเห็นต่าง ๆ ของชุมชนผู้ได้รับผลกระทบ (3) UNGPs ช่วยขยายผล สร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน รวมถึงการมองเห็นความแตกต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น”
          ทั้งนี้ ยังพบข้อจำกัดต่าง ๆ อาทิ มายาคติหรือความเข้าใจที่ผิดพลาดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ทั้งเรื่องการคิดต่อต้านและมองความเห็นต่างเป็นภัยต่อความมั่นคง ดังนั้น จึงจำเป็นต้องทำความเข้าใจเรื่องดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง และสร้างการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง การมี UNGPs เป็นเรื่องที่ดี และหลาย ๆ ประเทศ ก็มีการดำเนินการที่เกี่ยวข้องทั้งเรื่องการจัดทำแผนปฏิบัติการแห่งชาติด้านธุรกิจและสิทธิมนุษยชน (NAP) แต่ประเด็นที่พบ คือ ประชาชนและชุมชนยังประสบปัญหาต่าง ๆ
นอกจากนี้ นางอังคณา ได้มีข้อเสนอในเวทีดังกล่าว ดังนี้
          (1) การฟ้องร้องดำเนินคดีนักปกป้องสิทธิมนุษยชนเพื่อต้องการกลั่นแกล้งหรือเพื่อปิดปากต้องยุติโดยทันที
          (2) ให้ความคุ้มครองผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นการคุกคามทางเพศ
          (3) อนุญาต/ส่งเสริมให้ประชาชน ผู้ที่ประสบปัญหาได้มีโอกาสในการแสดงออกซึ่งความคิดเห็น และเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านการชุมนุมโดยสันติ เพื่อให้ได้รับฟัง และเข้าใจปัญหา ตลอดจนการแสวงหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาโดยการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย 
          (4) แม้ในภาวะที่ยังมีการคุกคามนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ผ่านทั้งกระบวนการอุ้มหาย การสังหาร และการควบคุม กักขัง สถานการณ์ดังกล่าวมิได้เป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนไหว หรือการต่อสู้ของนักปกป้องสิทธิมนุษยชนแต่อย่างใด เพราะการทำหน้าที่ของนักปกป้องสิทธิมนุษยชนมิได้เป็นไปเพื่อประโยชน์ของตนเอง แต่เป็นไปเพื่อการรักษาประโยชน์ของประชาชน สาธารณะ ประเทศชาติ และคนรุ่นต่อ ๆ ไป
--------------------
รับชม “Opening Plenary - Forum on Business and Human Rights 2018” ได้ที่ http://webtv.un.org/…/opening-plenary-forum-…/5971612297001/

© 2015 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเเห่งชาติ. All Right Reserved.

  ipv6 ready 
จำนวนผู้เข้าชมทั้งหมด
1541554
คน
จำนวนผู้เข้าชมวันนี้
1085
คน