Sorry, your browser does not support JavaScript!
-
A A A
+
  • youtube
  • facebook
  • English Thai
ข่าว กสม.
ข่าว View : 54
กิจกรรมพิเศษในโอกาสครบรอบ ๗๐ ปี การรับรองปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและการประชุมประจำปี ครั้งที่ ๑๕ ของกรอบความร่วมมือระหว่างสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEANF)
             คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในฐานะประธานกรอบความร่วมมือระหว่างสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (South East Asia National Human Rights Institutions Forum - SEANF) ซึ่งประกอบด้วยสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เมียนมา ติมอร์-เลสเต และไทย ร่วมกับสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดกิจกรรมพิเศษในโอกาสครบรอบ ๗๐ ปี การรับรองปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ในหัวข้อ “สิทธิมนุษยชนในฐานะที่เป็นปัจจัยเพื่อการบรรลุเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals – SDGs)” ในวันพฤหัสบดีที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๖๑ เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๒.๐๐ น. ณ โรงแรมอนันตรา ริเวอร์ไซด์ ถนนเจริญนคร เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้แทนจากสถานทูตต่างประเทศ หน่วยงานของสหประชาชาติ และองค์การระหว่างประเทศที่มีที่ตั้ง ณ กรุงเทพมหานคร ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ และผู้แทนองค์กรภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้องประมาณ ๑๐๐ คน เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของสิทธิมนุษยชนในการดำเนินงานตามเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน และการเสริมสร้างบทบาทของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตามเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยใช้มุมมองทางด้านสิทธิมนุษยชน รวมทั้งการเปิดโอกาสให้สมาชิกของ SEANF ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนกับภาคส่วนต่าง ๆ

             ในโอกาสนี้ นายวัส ติงสมิตร ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้กล่าวเปิดการประชุมที่เน้นความเชื่อมโยงระหว่างปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนกับเป้าหมายว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ โดยระบุว่า ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนเป็นตราสารด้านสิทธิมนุษยชนฉบับแรกของสหประชาชาติที่ได้รับการรับรองเมื่อวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๔๙๑ กิจกรรมพิเศษนี้จึงจัดขึ้นในโอกาสครบรอบ ๗๐ ปีของการรับรองปฏิญญาสากล เนื้อหาของปฏิญญาดังกล่าวครอบคลุมสิทธิพลเมืองและ
สิทธิทางการเมือง รวมถึงสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ซึ่งยังคงมีความสำคัญมาจนถึงปัจจุบัน และมีความเกี่ยวข้องกับวาระการพัฒนาปี ค.ศ. ๒๐๓๐ ที่ได้รับการรับรองโดยสมัชชาสหประชาชาติเมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๕๘ วาระการพัฒนาดังกล่าวประกอบด้วยเป้าหมาย ๑๗ ประการ ที่มีเป้าประสงค์เพื่อส่งเสริมความกินดีอยู่ดีของประชาชน สร้างความผาสุกสำหรับทุกคน ยุติปัญหาความยากจน ส่งเสริมงานด้านสาธารณสุขและการศึกษา บรรลุถึงความเท่าเทียมทางเพศ ส่งเสริมการสร้างงานและความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ รวมทั้งลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ทั้งนี้ เป้าหมายที่ ๑๖ ของเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับเรื่องสิทธิมนุษยชนโดยตรง เนื่องจากเป็นเป้าหมายที่มุ่งส่งเสริมให้สังคมมีความสงบสุข ลดความรุนแรงและการละเมิดสิทธิทุกรูปแบบ จัดให้มีการเข้าถึงความยุติธรรมสำหรับทุกคน และสร้างสถาบันที่ทำให้ครอบคลุมถึงทุกภาคส่วนและสามารถตรวจสอบได้

             ในส่วนของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่จัดตั้งขึ้นตามหลักการปารีส ซึ่งมีบทบาทในฐานะกลไกเชื่อมระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ สามารถมีบทบาทในการส่งเสริมให้กระบวนการระดับชาติมีการบูรณาการเรื่องสิทธิมนุษยชนเข้ากับการดำเนินงานตามเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน นอกจากนี้ สถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติยังสามารถสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้โดยผ่านการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจในการให้คำแนะนำแก่รัฐบาลเกี่ยวกับการนำสิทธิมนุษยชนไปสู่การปฏิบัติตามเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ในส่วนของกรอบความร่วมมือระหว่างสถาบันสิทธิมนุษยชนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEANF) มีการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การดำเนินงานร่วมกันระหว่างปี ๒๕๖๐ - ๒๕๖๔ โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนผ่านการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการทำงานร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ เช่น หน่วยงานของรัฐ องค์การระหว่างประเทศ และองค์กรภาคประชาสังคม แผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวได้กำหนดให้เรื่องเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นหนึ่งในประเด็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญประเด็นหนึ่งด้วย

             ในกิจกรรมพิเศษครั้งนี้ Ms. Katia Chirizzi รองผู้แทนระดับภูมิภาคของสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติได้กล่าวถ้อยแถลงในพิธีเปิดและดำเนินการอภิปราย หัวข้อ “สิทธิมนุษยชนในฐานะที่เป็นปัจจัยเพื่อการบรรลุเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” โดยมีผู้อภิปรายในหัวข้อดังกล่าวประกอบด้วย Tan Sri Razali Ismail ประธานสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของมาเลเซีย Ms. Sandrayati Moniaga รองประธานสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของอินโดนีเซีย Mr. Roberto Cadiz กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของฟิลิปปินส์ ศาสตราจารย์กิตติคุณ วิทิต มันตาภรณ์ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อดีตผู้เสนอรายงานพิเศษของสหประชาชาติ อดีตผู้เชี่ยวชาญอิสระของสหประชาชาติ และอดีตสมาชิกคณะกรรมาธิการไต่สวนว่าด้วยสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ และ Mr. Juan Santander รองผู้แทน UNICEF ประจำประเทศไทย ทั้งนี้ การอภิปรายจะช่วยเสริมสร้างความเข้าใจแก่ภาคส่วนต่าง ๆ ถึงความสำคัญของการเคารพสิทธิมนุษยชนต่อการบรรลุเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน และบทบาทของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในกรอบ SEANF ในการส่งเสริมการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว

             ในส่วนของการประชุมประจำปี ครั้งที่ ๑๕ ของกรอบความร่วมมือระหว่างสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEANF) เริ่มขึ้นในเวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกา ของวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๖๑ ถึงเวลา ๑๖.๐๐ นาฬิกา ของวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๖๑ โดยมีสาระสำคัญของการประชุมโดยสรุป ดังนี้
             ๑. สมาชิก SEANF นำเสนอพัฒนาการและกิจกรรมสำคัญที่ได้ดำเนินการภายหลังการประชุมประจำปีของ SEANF ครั้งที่ ๑๔ โดยมีประเด็นที่เกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิของคนไร้สัญชาติ ชนพื้นเมือง เด็ก และกลุ่มบุคคลที่มีอัตลักษณ์ทางเพศ (LGBTI) การยกเลิกโทษประหารชีวิต การส่งเสริมการศึกษา
ด้านสิทธิมนุษยชนและการสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชน กิจกรรมการรณรงค์ที่เกี่ยวกับประเด็นธุรกิจและสิทธิมนุษยชน การพิจารณาคดีที่เป็นธรรมและการปฏิรูประบบเรือนจำ การทบทวนการรับรองสถานะ (accreditation review) และการประเมินศักยภาพ (capacity assessment)
             ๒. สมาชิก SEANF ได้รับทราบถึงความพยายามของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของอินโดนีเซีย (Komnas HAM) ในการจัดตั้งสำนักเลขาธิการถาวรของ SEANF และได้แสดงความขอบคุณต่อ Komnas HAM สำหรับความพยายามดังกล่าว พร้อมทั้งขอให้ Komnas HAM ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานของรัฐบาลอินโดนีเซียต่อไป นอกจากนี้ สมาชิก SEANF มีความเห็นร่วมกันว่าในระหว่างที่การจัดตั้งสำนักงานเลขาธิการถาวรของ SEANF ยังไม่สำเร็จ ให้ SEANF ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของ SEANF ต่อไปตามแนวทางและวิธีการที่เคยปฏิบัติที่ผ่านมา โดยให้สถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่ทำหน้าที่เป็นประธาน SEANF เป็นผู้รับผิดชอบในการประสานงานการจัดกิจกรรมร่วมกันของ SEANF และทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมของ SEANF
             ๓. สมาชิก SEANF ได้รับทราบร่างแผนปฏิบัติการของ SEANF ตามที่ได้รับการแก้ไขเพิ่มเติมตามความเห็นของที่ประชุมระดับเจ้าหน้าที่ (TWG) ครั้งที่ ๒/๒๕๖๑ และการแก้ไขเพิ่มเติมโดยสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของฟิลิปปินส์ (CHRP) จากนั้นจึงมีมติให้การรับรองแผนปฏิบัติการของ SEANF (SEANF Action Plan) ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ของ SEANF พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๔ ตามที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม
             ๔. สถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของฟิลิปปินส์ (CHRP) นำเสนอรายงานขั้นพื้นฐาน เรื่อง “สิทธิของผู้สูงอายุในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” (Baseline Paper on the Rights of Older Persons in Southeast Asia) ฉบับปรับปรุงล่าสุด ซึ่งเป็นรายงานที่ได้รับข้อมูลสนับสนุนจากสมาชิก SEANF ทั้งหมด พร้อมกันนี้ สมาชิกของ SEANF ได้ให้การรับรองรายงานขั้นพื้นฐานดังกล่าว และเห็นด้วยกับข้อเสนอของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของฟิลิปปินส์ (CHRP) ที่ให้พิมพ์เผยแพร่รายงานดังกล่าวในฐานะที่เป็นเอกสารทางการของ SEANF
             ๕. ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของฟิลิปปินส์ (CHRP) ได้รายงานสรุปผลการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ หัวข้อ “การละเมิดสิทธิมนุษยชนและผลกระทบข้ามพรมแดน : การแก้ไขปัญหาช่องว่างของการคุ้มครองโดยผ่านกลไกความรับผิดชอบ นอกอาณาเขต” ที่จัดขึ้นโดยความร่วมมือกับสถาบัน Raoul Wallenberg Institute of Human Rights and Humanitarian Law (RWI) เมื่อวันที่ ๑๖ - ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๑ ณ โรงแรมโนโวเทล เพลินจิต ถนนสุขุมวิท กรุงเทพฯ ซึ่งสมาชิก SEANF ทุกสถาบันได้ส่งผู้แทนเข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ด้วย พร้อมนี้
ที่ประชุมได้เห็นชอบร่วมกันที่จะให้มีการหารือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะมีความร่วมมือในการจัดการกับประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ข้ามพรมแดนระหว่างสมาชิก SEANF ในที่ประชุมของ SEANF ในครั้งถัดไป ภายหลังจากที่ได้มีการแจ้งเวียนรายงานการประชุมเชิงปฏิบัติการฉบับสมบูรณ์ที่จัดทำโดยสถาบัน RWI ให้กับสมาชิก SEANF ทุกสถาบันเรียบร้อยแล้ว
             ๖. สมาชิก SEANF รับทราบการนำเสนอต่อที่ประชุมของผู้แทนสำนักงาน กสม. เกี่ยวกับความร่วมมือระหว่าง SEANF กับสมาคมเพื่อการป้องกันการทรมาน (APT) ในการพัฒนาแนวทางในระดับภูมิภาคของ SEANF ว่าด้วยการป้องกันการทรมาน พร้อมนี้ สมาชิกของ SEANF ได้เห็นชอบร่วมกันที่จะให้มีการพบกันกับ APT ตามคำร้องขอของ APT เพื่อให้มีการอภิปรายเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางในระดับภูมิภาคของ SEANF ว่าด้วยการป้องกันการทรมานในระหว่างการประชุมสมัยสามัญของ GANHRI ณ นครเจนีวา ในช่วงต้นปี พ.ศ. ๒๕๖๒
             ๗. สมาชิก SEANF ได้ให้การรับรองแถลงการณ์ของ SEANF ว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (SEANF Statement on Human Rights and SDGs) ที่รับรองให้มีการนำหลักการสิทธิมนุษยชนเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการปฏิบัติตาม การติดตาม และการทบทวนเป้าหมายว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมทั้งการสนับสนุนให้สถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในแต่ละภูมิภาคมีบทบาทในการสนับสนุนความโปร่งใส การมีส่วนร่วมในกระบวนการระดับชาติในการปฏิบัติตามและการติดตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
             ๘. ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ส่งมอบตำแหน่งประธาน SEANF ให้กับประธานสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของติมอร์ - เลสเต (PDHJ) ก่อนที่จะมีการกล่าวปิดการประชุมประจำปีของ SEANF ครั้งที่ ๑๕ พร้อมกันนั้น สมาชิก SEANF ได้ชื่นชมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่ได้ทำหน้าที่ในการจัดประชุมประจำปีของ SEANF ครั้งที่ ๑๕ ด้วยความราบรื่นและเรียบร้อยอย่างดี และแสดงความชื่นชมต่อการต้อนรับที่ดีจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

             พร้อมทั้งได้แนบแถลงการณ์สรุปผลการประชุม (Concluding Statement) ที่ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมประจำปีของ SEANF ครั้งที่ ๑๕ แล้ว มา ณ ที่นี้ด้วย   
เอกสารประกอบ : (9)-CONCLUDING-STATEMENT.pdf

© 2015 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเเห่งชาติ. All Right Reserved.

  ipv6 ready 
จำนวนผู้เข้าชมทั้งหมด
1501683
คน
จำนวนผู้เข้าชมวันนี้
10
คน