Sorry, your browser does not support JavaScript!
-
A A A
+
  • youtube
  • facebook
  • English Thai
ข่าวด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศและต่างประเทศ
ข่าว View : 91
'มท.'ให้สัญชาติ 16กลุ่ม1แสนคน
'มท.'ให้สัญชาติ 16กลุ่ม1แสนคน
Source - มติชน (Th)

Friday, March 17, 2017  02:51

          แสนคนเฮ! มหาดไทยเตรียมยกฐานะบุคคลไร้สัญชาติ แก้ปัญหา น.ร.-น.ศ.ลูกชนกลุ่มน้อย-กลุ่มชาติพันธุ์ได้เล่าเรียน

          เมื่อวันที่ 16 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา เรื่อง การสั่งให้คนที่เกิดในราชอาณาจักร และไม่ได้รับสัญชาติไทย โดยมีบิดาและมารดาเป็นคนต่างด้าวได้สัญชาติไทยเป็นการทั่วไป และการให้สัญชาติไทยเป็นการเฉพาะราย โดยคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2559 อนุมัติหลักเกณฑ์การให้สัญชาติไทยเพื่อการแก้ไขปัญหาเด็กนักเรียน นักศึกษา และบุคคลไร้สัญชาติที่เกิดในราชอาณาจักร ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ โดยให้บุตรของชนกลุ่มน้อยหรือกลุ่มชาติพันธุ์ที่เกิดในราชอาณาจักรหรือเด็กและบุคคลที่กำลังศึกษาเล่าเรียนอยู่ในสถาบันการศึกษาหรือสำเร็จการศึกษาแล้วที่เกิดในราชอาณาจักรโดยมีบิดาและมารดาเป็นคนต่างด้าวอื่นที่ไม่ใช่ชน กลุ่มน้อยหรือกลุ่มชาติพันธุ์ ตามที่กระทรวงมหาดไทยจัดทำทะเบียนประวัติ หรือไม่ปรากฏบิดามารดาหรือถูกบิดามารดาทอดทิ้งตั้งแต่วัยเยาว์ และมีคุณสมบัติตามที่กำหนด ได้สัญชาติไทยเป็นการทั่วไป

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประกาศกระทรวงมหาดไทยกำหนดให้บุตรของคนที่อพยพเข้ามาในราชอาณาจักรและอาศัยอยู่เป็นเวลานาน ครอบคลุมกลุ่มชนกลุ่มน้อยและกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติไว้เดิมรับรองสถานะให้อาศัยอยู่ในราชอาณาจักร อาทิ กลุ่มเวียดนามอพยพ อดีตทหารจีนคณะชาติ จีนฮ่ออพยพพลเรือน จีนฮ่ออิสระ ไทลื้อ ผู้อพยพ เชื้อสายไทยจากจังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชา ผู้พลัดถิ่นสัญชาติพม่าเชื้อสายไทย ผู้พลัดถิ่นสัญชาติพม่า เนปาลอพยพ ชาวเขา บุคคลบนพื้นที่สูงหรือชุมชนบนพื้นที่สูง ลาวภูเขาอพยพ ม้งถ้ำกระบอก ผู้หลบหนีเข้าเมืองจากพม่า อดีตโจรจีนคอมมิวนิสต์มาลายา ผู้หลบหนีเข้าเมืองชาวกัมพูชา ชาวมอแกน และคนที่อพยพเข้ามาในราชอาณาจักรและอาศัยอยู่เป็นเวลานานที่ได้รับการสำรวจจัดทำทะเบียน ตามยุทธศาสตร์การจัดการปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคลตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 18 มกราคม 2548 ให้ได้สัญชาติไทยเป็นการทั่วไป ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด และให้เด็กและบุคคลที่กำลังศึกษาเล่าเรียนอยู่ในสถาบันการศึกษา หรือสำเร็จการศึกษาแล้ว โดยบิดาหรือมารดาเป็นคนต่างด้าวอื่นที่ไม่ใช่ชนกลุ่มน้อยหรือกลุ่มชาติพันธุ์ตามข้อกำหนดเบื้องต้น หรือไม่ปรากฏบิดามารดาหรือบิดามารดาทอดทิ้งตั้งแต่วัยเยาว์ ให้ได้สัญชาติไทยเป็นการทั่วไป ภายใต้เงื่อนไขของประกาศกระทรวงมหาดไทย

          "สำหรับผู้ขอมีสัญชาติไทยที่มีภูมิลำเนาตามทะเบียนราษฎรอยู่ในกรุงเทพมหานคร ให้อธิบดีกรมการปกครอง เป็นผู้พิจารณาคุณสมบัติและสั่งให้ลงรายการสัญชาติไทยสำหรับผู้ขอมีสัญชาติไทย ที่มีอายุเกินกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ในวันที่ยื่นคำร้องขอมีสัญชาติไทย และให้ผู้อำนวยการสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง เป็นผู้พิจารณาคุณสมบัติและสั่งให้ลงรายการสัญชาติไทยสำหรับผู้ขอมีสัญชาติไทยที่มีอายุไม่เกินสิบแปดปีบริบูรณ์ในวันที่ยื่นคำร้องขอมีสัญชาติไทย ส่วนผู้ขอมีสัญชาติไทยที่มีภูมิลำเนาตามทะเบียนราษฎรอยู่ในจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้พิจารณาคุณสมบัติและสั่งให้ลงรายการสัญชาติไทยสำหรับผู้ขอ มีสัญชาติไทยที่มีอายุเกินกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ในวันที่ยื่นคำร้องขอมีสัญชาติไทย และให้นายอำเภอเป็นผู้พิจารณาคุณสมบัติและสั่งให้ลงรายการสัญชาติไทยสำหรับผู้ขอมีสัญชาติไทยที่มีอายุไม่เกินสิบแปดปีบริบูรณ์ในวันที่ยื่นคำร้องขอมีสัญชาติไทย" ประกาศระบุ

          นายวิเชียร ชิดชนกนารถ ผู้อำนวยการสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง กล่าวถึงหลักเกณฑ์การให้สัญชาติแก่บุคคลไร้สัญชาติ ว่า หลักเกณฑ์ที่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษานั้นเป็นหลักเกณฑ์เดิม ซึ่งหลักคร่าวๆ คือ บุตรของคนที่ไม่มีสัญชาติไทยที่เกิดในประเทศไทย โดยบิดามารดาเป็นผู้เข้าเมืองมาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย อยู่ในประเทศไทยเกินกว่า 15 ปี และมีประวัติอยู่ในระบบทะเบียนที่ให้ลงทะเบียนไว้จะได้รับสัญชาติไทย ส่วนการขอสัญชาติของบุคคลทั่วไป ฝ่ายความมั่นคงจะต้องตรวจสอบคุณสมบัติด้านความมั่นคงอื่นๆ ก่อน เช่น เรื่องของยาเสพติด ประวัติอาชญากรรม ความจงรักภักดี พูดภาษาไทยได้ หรือเรียนหนังสือในประเทศไทย เป็นต้น

          นายวิเชียรกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ประเทศไทยมีคนที่ไม่มีสัญชาติอยู่ในระบบประมาณ 800,000 คน ที่ได้รับสัญชาติไทยแล้วตอนนี้กว่า 200,000 คน ส่วนอีก 600,000 คน ที่เหลือน่าจะให้สัญชาติได้อีกประมาณ 100,000 คน ซึ่งกำลังอยู่ในกระบวนการตรวจสอบที่จะต้องเป็นไปตามขั้นตอน

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน

© 2015 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเเห่งชาติ. All Right Reserved.

  ipv6 ready
จำนวนผู้เข้าชมทั้งหมด
648834
คน
จำนวนผู้เข้าชมวันนี้
499
คน