Sorry, your browser does not support JavaScript!
-
A A A
+
  • youtube
  • facebook
  • English Thai
ข่าวด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศและต่างประเทศ
ข่าว View : 45
ไทยประกาศจุดยืนเวทีโลก ใช้อำนาจพิเศษไม่เหลิงคงสิทธิพลเมือง-สิทธิการเมืองภายใต้ข้อจำกัด
ไทยประกาศจุดยืนเวทีโลก ใช้อำนาจพิเศษไม่เหลิงคงสิทธิพลเมือง-สิทธิการเมืองภายใต้ข้อจำกัด
Source - เดลินิวส์ (Th)

Monday, March 20, 2017  05:22

          ทีมข่าวเฉพาะกิจ รายงาน

          ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาประเทศไทยมีโอกาสได้นำเสนอรายงานการปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ( International Cobernant on Civil and Political Right : ICCPR) หรือ ไอซีซีพีอาร์ ฉบับที่ 2 ด้วยวาจาต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ(Human Right Committee: HRCtte) หลังมีการส่งรายงานเป็นลายลักษณ์อักษรไปยังคณะกรรมการฯเมื่อเดือนมิ.ย. 2558

          ผ่านไปเกือบ 2 ปี รัฐบาลไทยนำโดยคณะผู้แทนรวม 46 คน นำโดยนายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม จึงได้ขึ้นเวทีชี้แจงด้วยวาจา ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐ สวิส เมื่อวันที่ 13-14 มี.ค.ที่ผ่านมา ระหว่างการประชุมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 119 มีวาระรับฟังรายงานของ 6 รัฐภาคี ประกอบด้วย สาธารณรัฐบังกลาเทศ บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา สาธารณรัฐอิตาลี ไทย เติร์กเมนิสถาน และสาธารณรัฐเซอร์เบีย

          เวทีดังกล่าวนับเป็นโอกาสที่ไทยได้ชี้แจงและทำความเข้าใจต่อชาวโลกในหลายประเด็นที่มีข้อสงสัยผ่านไปยังคณะกรรมการฯ นอกเหนือจากการปฏิบัติตามกระบวนการนำเสนอรายงานเพื่อผลักดันการนำหลักการของกติกาไอซีซีพีอาร์ไปใช้ให้มากที่สุด
          การรายงานในส่วนของประเทศไทยวันแรกมีการซักถามจากคณะกรรมการนับ 10 ข้อ ประกอบด้วย 1.ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่มีการปรับแก้ 2.มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 3.ศาลทหาร เกี่ยวกับสิทธิต่าง ๆ และการแนะนำให้โอนคดีที่เหลือไปศาลพลเรือน 4.ปัญหาการลอยนวลของเจ้าหน้าที่ 5.การใช้พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ 6.สถานะของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) และร่างประกอบรัฐธรรม นูญ 7.เสรีภาพในการรวมตัวโดยสันติ 8.พ.ร.บ. ความเท่าเทียมทางเพศและความรุนแรงต่อสตรี 9.การดูแลแรงงานต่างด้าว 10.กรณีการหายตัวไปของทนายสมชาย นีละไพจิตร และกรณีนายบิลลี่ พอละจี กะเหรี่ยงในพื้นที่ป่าแก่งกระจาน

          วันที่สองมีการซักถาม 6 ข้อ ประกอบด้วย 1.เสรีภาพในการแสดงความเห็น การใช้มาตรา 112 การใช้พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 2. การค้ามนุษย์และการใช้แรงงานเด็กในอุตสาหกรรม ภาคเกษตร ประมง 3. การดูแลผู้โยกย้ายถิ่นฐาน ทั้งปัญหาผู้ลี้ภัยโรฮีนจา อุยกูร์ การไม่ผลักกลับสู่อันตราย การแก้ไขปัญหาคนไร้รัฐ 4.สิทธิในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งและสมัครลงเลือกตั้งของกลุ่มต่าง ๆ 5.สิทธิในที่ดิน สิทธิชุมชน สิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์และชนพื้นเมืองดั้งเดิม และ 6.ร่างรัฐธรรมนูญ และการให้การคุ้มครองคนที่ไม่มีสัญชาติไทย

          ประเด็นที่มีความกังวลและเชื่อว่าจะถูกซักถามอย่างมากคือ การใช้อำนาจมาตรา 44 ประกาศคำสั่งต่าง ๆ ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) สิทธิในการแสดงความคิดเห็น พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ เกี่ยวกับการปิดกั้นเว็บไซต์ ซึ่งก็เป็นไปตามคาด เมื่อคณะกรรมการฯให้ความสนใจและมีคำถามที่ไทยต้องชี้แจงให้เป็นที่เข้าใจ

          โดยเฉพาะการใช้อำนาจมาตรา 44 ซึ่งไทยพยายามชี้แจงให้เห็นถึงสถานการณ์ของประเทศว่าอยู่ในบริบทที่อาจต้องจำกัดสิทธิบางประการ เพื่อปกป้อง คุ้มครองนำไปสู่การปรองดอง และย้ำว่าไม่จำกัดสิทธิคนที่มีเจตนาดี ขณะที่พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ยังอยู่ในช่วงที่หลายคนยังไม่เข้าใจกฎหมายฉบับใหม่

          ส่วนประเด็นละเอียดอ่อนเกี่ยวกับมาตรา112 ทางการไทยถือเป็นบริบทเฉพาะของประเทศ สถาบันพระมหากษัตริย์ถือเป็นสถาบันสูงสุดของประเทศ แต่ปัจจุบันมีบางกลุ่มคนที่ไม่หวังดีพยายามนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง

          ทั้งนี้เพื่อเกิดความเข้าใจได้มากขึ้นเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทย ประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา ได้ชี้แจงประกอบตอนท้ายของการรายงานเกี่ยวกับบริบทและสังคมของประเทศไทยก่อนที่จะมีการรัฐประหารเดือน พ.ค.2557 และความพยายามที่จะขับเคลื่อนประเทศไปสู่ความปรองดอง และการเลือกตั้ง

          อย่างไรก็ตาม หลายปีที่ผ่านมามีอีกประเด็นที่ประเทศไทยถูกซักถามในทุกเวทีที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนซึ่งถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ทุกประเทศทั่วโลกควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก คือประเด็นการอุ้มหาย ซึ่งครั้งนี้มีการซักถามทั้งกรณีของทนายสมชาย นายบิลลี่ รวมไปถึงนายธวัชชัย อนุกูล ที่ผูกคอเสียชีวิตในห้องขังระหว่างการควบคุมของเจ้าหน้าที่รัฐ

          ทางการไทยพยายามชี้แจงทุกคนอยู่ภายใต้การดูแลตามกระบวนการยุติธรรม กรณีของทนายสมชายเพราะไม่สามารถหาพยานหลักฐานได้เป็นเหตุให้ต้องยุติการสอบสวนไปก่อน อีกทั้งมีข้อจำกัด ยิ่งนานก็ยิ่งหาพยานหลักฐานได้ยาก แต่ยืนยันว่าผู้เกี่ยวข้องที่เคยได้รับการคุ้มครองก็ยังคงอยู่ในการคุ้มครองของรัฐ

          ทั้งนี้ การรายงานฉบับดังกล่าวจะถูกคณะกรรมการฯทำข้อเสนอแนะอย่างละเอียดกลับมาอีกคาดว่าภายใน 2 สัปดาห์นับจากการรายงานด้วยวาจาไปแล้ว จากนั้นจะมีการเสนอ ครม. เพื่อพิจารณาตามข้อเสนอแนะที่ได้รับ เพื่อนำมาจัดทำรายงานฉบับ ต่อ ๆ ไป ให้สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองของประเทศอยู่บนพื้นฐานสิทธิมนุษยชนมากที่สุด.



          --เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 21 มี.ค. 2560 (กรอบบ่าย)--

© 2015 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเเห่งชาติ. All Right Reserved.

 
ipv6 ready
จำนวนผู้เข้าชมทั้งหมด
1038376
คน
จำนวนผู้เข้าชมวันนี้
561
คน